ว่าด้วยเรื่องของโรคอัลไซเมอร์ที่ไม่ควรมองข้าม

อัลไซเมอร์เป็นโรคชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณสมองซึ่งจะทำให้สมองเสื่อม มักเกิดขึ้นในวัยผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ส่วนมากแล้วจะพบได้กับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อาการคือการหลงลืมไปชั่วขณะไม่ว่าจะในระยะสั้นหรือระยะยาว ซึ่งส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ในบทความจะมาพูดถึงเรื่องโรคอัลไซเมอร์ว่าเป็นโรคที่มีอาการแบบไหน

เกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์เกิดขึ้นในสมองซึ่งทำให้คนที่เป็นโรคนี้มักลืมอะไรบางอย่างไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมหรือความทรงจำในช่วงเวลาหนึ่งซึ่งเป็นปัญหาต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก คนกลุ่มนี้ต้องการคนดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอกับผู้ป่วย โดยส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้สูงวัยตั้งแต่ 65 ปี โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่ทำให้การทำงานของสมองและความสามารถในการสื่อสารนั้นลดลงกว่าเดิม เริ่มที่สมองส่วนฮิปโปแคมปัสอันเป็นส่วนที่จดจำข้อมูลนั้นมีประสิทธิภาพในการจำข้อมูลน้อยลง และก็มีการลุกลามไปสมองส่วนอื่น ๆ ด้วย ถือได้ว่าเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยมากเลยก็ว่าได้

การเกิดโรคอัลไซเมอร์ มีปัจจัยเสี่ยงใดบ้าง

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ซึ่งเป็นโรคสมองเสื่อมอย่างหนึ่งนั้น จะมีอยู่ทั้งหมด 4 ปัจจัย โดยสามารถกล่าวได้ดังต่อไปนี้

  • เกิดจากพันธุกรรม หากมีญาติป่วยเป็นโรคนี้ ก็มีโอกาสที่โรคจากญาติส่งผ่านมาถึงตนเองได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งคนที่เป็นโรคนี้โดยกรรมพันธุ์จะมียีนที่ชื่อว่า ApoE4
  • เป็นคนที่มีน้ำหนักมากกว่ามาตรฐานกำหนด คนกลุ่มนี้จะไม่ไขมันภายในเลือดปริมาณสูง เป็นคนสูบบุหรี่ มีความดันเลือดสูง ไม่ออกกำลังกาย
  • เป็นคนที่มีอายุมากขึ้น หลังจากที่มีอายุ 65 ปี คนกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์มากถึง 2 เท่าทุก 5 ปี
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคดาวน์ซินโดรม ถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์

มีวิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์อย่างไร

แนวทางในการป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์นั้น จะมีอยู่หลายแนวทาง ซึ่งสามารถกล่าวคร่าว ๆ ได้ดังนี้

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่ศีรษะ
  • กินอาหารครบห้าหมู่
  • รักษาความสมดุลน้ำหนักไม่ให้มากกว่ามาตรฐาน
  • ฝึกฝนสมองให้ทำงานเสมอ

จะเห็นได้ว่า การเป็นโรคอัลไซเมอร์แม้ว่าจะน่ากลัวเนื่องจากเป็นโรคสมองเสื่อมอย่างหนึ่งที่ส่งผลเสียและเป็นอุปสรรคกับการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่ก็มีแนวทางที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้อีกมากมาย หากรู้สาเหตุทที่ทำให้เป็นอัลไซเมอร์แล้วนั้น ก็สามารถป้องกันได้ถูกวิธีและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้

Related Post

หูไม่ได้ยิน

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์? สัญญาณเตือนของภาวะหูไม่ได้ยินเมื่อไหร่ควรพบแพทย์? สัญญาณเตือนของภาวะหูไม่ได้ยิน

การได้ยินเป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ ช่วยให้เราสื่อสารและรับรู้สิ่งรอบตัวได้อย่างชัดเจน แต่หลายคนอาจมองข้ามปัญหาการสูญเสียการได้ยินจนกระทั่งอาการรุนแรงขึ้น หากคุณเริ่มรู้สึกว่าหูไม่ได้ยินหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการรับเสียง นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะหูไม่ได้ยิน พร้อมแนะนำสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณควรรีบพบแพทย์ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลามจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ภาวะหูไม่ได้ยินคืออะไร? ภาวะหูไม่ได้ยินหมายถึง การสูญเสียการได้ยินในระดับต่างๆ ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งหูข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง สาเหตุของภาวะนี้มีหลากหลาย ตั้งแต่ปัจจัยทางพันธุกรรม อายุ การสัมผัสเสียงดัง โรคประจำตัว รวมถึงการติดเชื้อหรืออุบัติเหตุที่กระทบต่อระบบประสาทหู ระดับความรุนแรงของหูไม่ได้ยินสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ สัญญาณเตือนของภาวะหูไม่ได้ยิน หากคุณพบว่าตัวเองหรือคนรอบข้างเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพหูโดยเร็ว 1. ได้ยินเสียงเบาลงหรือขาดหายไปบางช่วง หนึ่งในอาการแรกที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังมีภาวะหูไม่ได้ยิน คือการได้ยินเสียงเบาลง

เลสิก ราคา

เลสิก ราคา ทำเลสิกแต่ละประเภท มีราคาต่างกันหรือไม่?เลสิก ราคา ทำเลสิกแต่ละประเภท มีราคาต่างกันหรือไม่?

เรียกได้ว่าปัญหาเกี่ยวกับสายตา จะเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แถมยังเป็นปัญหาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกด้วย ทั้งปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งปัญหาสายตาเหล่านี้จะสามารถเป็นได้ตั้งแต่กำเนิด หรือเพิ่งมาเป็นในช่วงหลัง ๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ปัญหาสายตาสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำเลสิก ราคา ที่จะมีประเภทการทำเลสิกให้เลือกอย่างหลากหลาย แต่ละประเภทล้วนมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นหากใครต้องการทำเลสิก มาดูกันเลยว่า ทำเลสิกประเภทไหนดีที่สุด เลสิก ราคา ทำเลสิกแบบไหนดีที่สุด? โดยปกติแล้วการทำเลสิกจะมีอยู่ 5 ประเภทหลัก ๆ ด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วประเภทที่นิยมทำ จะมีอยู่ไม่กี่ประเภทเท่านั้น ที่จะทำเลสิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยแก้ไขปัญหาสายตาได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด ดังนั้นไปดูกันเลยว่า

relex

Relexผ่าตัดแก้ไขสายตาRelexผ่าตัดแก้ไขสายตา

relex (Refractive Lenticule Extraction) เลสิคเป็นการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ทันสมัยและไม่ต้องใช้ใบมีด ซึ่งแตกต่างจาก LASIK ที่ใช้แผ่นฝาปิดเป็นส่วนใหญ่ ใน reLex แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเลนส์บาง ๆ ภายในกระจกตา จากนั้นจะนำชิ้นเลนส์นี้ออกผ่านแผลเล็ก ๆ ที่ขอบกระจกตา การผ่าตัดนี้ช่วยแก้ไขสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงได้ดี ข้อดีของ relex เลสิค: ขั้นตอนการทำ relex เลสิค: การฟื้นตัวหลังการผ่าตัด: เหมาะสำหรับใคร: relex เลสิคเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาสายตาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น